ความลับของโลก ที่นักวิทยาศาสตร์ก็ยังหาคำตอบไม่ได้

ถึงแม้ว่าในปัจจุบันนี้เทคโนโลยีจะได้รับการคิดค้นและพัฒนาไปไกลกว่าเมื่อก่อนมาก และดูเหมือนว่าจะเป็นความสำเร็จทางด้านวิทยาศาสตร์ที่สามารถคิดค้นประดิษฐ์สิ่งต่าง ๆ ออกมาได้อย่างมากมาย แต่คุณเชื่อหรือไม่ว่ายังมีหลาย ๆ เรื่องที่วิทยาศาสตร์เองก็ยังไม่สามารถอธิบายได้โดยเฉพาะความน่าอัศจรรย์ของธรรมชาติที่ถูกซ่อนเอาไว้ในที่ต่าง ๆ จากทั่วโลก

วันนี้ เบาสมอง จะเอาเรื่องลึกลับที่เกิดขึ้นบนโลกนี้ แต่ก็ยังไม่สามารถหาเหตุผลมาอธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้น หรือข้ออ้างอิงว่ามันเกิดขึ้นเพราะอะไรกันแน่มาให้ทุกท่านได้ดูกันถ้าพร้อมแล้วเราไปดูกันเลย

1. ก้อนหินโมเอรากิ

ก้อนหินทรงกลมขนาดใหญ่ที่น่าอัศจรรย์เหล่านี้ถึงแม้จะดูว่ามันสวยงาม แต่ก็ยังหาสาเหตุไม่ได้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร และมันมีความหมายพิเศษอะไรที่เกี่ยวกับมันหรือไม่ ?

2. การอพยพของสัตว์

การอพยพของสัตว์เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ สัตว์ต่างๆเดินทางจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งโดยปกติจะเป็นช่วงฤดูเดียวกันของปี นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถอธิบายการมีอยู่ของสัญชาตญาณที่สำคัญเช่นนี้ได้เหมือนกั

3. นักธรณีวิทยาชาวบอสตันตั้งข้อสมมุติฐานเกี่ยวกับหัวที่มีขนาดเล็กของสฟิงซ์ว่าเดิมที่มันน่าจะเป็นหัวสิงโตมาก่อน เพราะถ้าสังเกตจากด้านข้างจะเห็นว่าใบหน้าของสฟิงซ์ยื่นออกมาซึ่งถ้าเป็นหน้าใบหน้าของคนจะไม่เป็นเช่นนี้ แต่ถึงอย่างนั้นทฤษฎีนี้ก็ไม่ได้รับความสนับสนุนจากนักวิทยาศาสตร์คนอื่นๆ

3. พีระมิดที่ยังสร้างไม่เสร็จของเมือง Zawiyet el-Aryan ประเทศอียิปต์

พีระมิดแห่งนี้ไม่ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมหลายสิบปีแล้ว โถงทางเดินมีความลึกถึง 75 ฟุต หรือประมาณ 22 เมตร ทางเดินนี้ถูกสร้างจากหินปูนที่เป็นของแข็ง นักวิทยาศาสตร์ยังคงสงสัยว่าผู้คนในอียิปต์โบราณสามารถสร้างกำแพงให้ราบเรียบได้อย่างไรโดยปราศจากเทคโนโลยีสมัยใหม่

มีความเชื่อกันว่าที่นี่อาจเป็นสุสานของฟาโรห์ เพราะด้วยขนาดของห้องโถงทางเดินที่ใหญ่กว่าพีระมิดที่อื่น ๆ มาก นอกจากนี้ภายในยังมีการใช้หินแกรนิตที่มีน้ำหนักมากจนประมวลน้ำหนักไม่ได้ และที่นี่ก็ไม่มีสุสานอื่นอยู่อีกด้วยแต่ก็ยังไม่รู้ว่ามันถูกสร้างขึ้นมาได้อย่างไรและทำเอาไว้ทำไม

4. ความเชื่อมโยงของหิ่งห้อย

หิ่งห้อยเหล่านี้จะกระพริบแสงพร้อมกัน (ทุก 1-2 วินาที) โจนาธานโคปแลนด์ ผู้เชี่ยวชาญด้านหิ่งห้อยจากมหาวิทยาลัยเซาเทิร์นจอร์เจีย อ้างว่าอาจเป็นพิธีกรรมบางอย่าง แต่ก็ยังไม่ได้มีการรับรองข้อสันนิษฐานนี้แต่อย่างใด

5. หินเมอริดิธ

หินก้อนนี้ถูกพบในปีพ. ศ. 2415 ระหว่างงานก่อสร้างในเมืองเมเรดิธ ที่ริมฝั่งทะเลสาบวินนีเพอซอกี (นิวแฮมป์เชียร์สหรัฐอเมริกา) หินเมเรดิธเป็นชิ้นส่วนของหินควอตซ์ แต่ที่น่าแปลกใจคือที่นิวแฮมป์เชียร์มันไม่เคยมีหินควอตซ์มาก่อนคำถาม : แล้วมันมาจากไหน และมันมีสรรพคุณอะไรกันแน่ 

6. เสียงลึกลับที่เมืองทาวส์

พลเมืองของเทาส์ (นิวเม็กซิโกสหรัฐอเมริกา) มักได้ยินเสียงฮัมเพลงเบา ๆ โดยที่พวกเขาก็ไม่รู้ว่ามันมาจากไหนเป็นเวลาหลายปีแล้ว และบางครั้งก็จะได้ยินเสียงยานพาหนะขนาดใหญ่วิ่งผ่านถนนสายหลักทั้งๆ ที่เมืองนี้มันไม่มีถนนเลยสักเส้น

7. เขาวงกตหินของเกาะ บอลชอยซายัตสกี้(Bolshoi Zayatsky)

มีการค้นพบก้อนหินจำนวนมากบนเกาะบอลชอยซายัตสกี้ ที่ถูกวางเรียงเอาไว้เหมือนกับเขาวงกต แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าทำเอาไว้เพื่ออะไร บางคนก็บอกว่ามันเป็นการทำพิธีกรรมบางอย่าง หรือไม่ก็อาจจะเกี่ยวข้องกับชาวประมง แต่ก็ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน 

8. สีแดงเรืองแสงเหนือมหาสมุทรแปซิฟิก

Christiaan van Heijst เห็นแสงสีแดงแปลก ๆ นี้เป็นครั้งแรก เขากำลังบินจากฮ่องกงไปยังอลาสก้าด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 747-8 เขาได้บังเอิญเห็นมีสีแดงเรืองแสงเหนือมหาสมุทรแปซิฟิกใต้เครื่องบินที่เขานั่งไป หลังจากที่เกิดฟ้าผ่าไม่ไกลมากนัก จนกระทั้งทุกวันนี้ก็ยังไม่สามารถหาคำตอบให้กับปรากฎการณ์นี้ได้ นักวิทยาศาสตร์คิดว่ามันอาจเป็นภาพสะท้อนของการระเบิดของภูเขาไฟใต้มหาสมุทร

9. สโตนบอลในบอสเนีย

บางคนคิดว่าบรรพบุรุษในสมัยโบราณของเราทำหินดังกล่าวเป็นสัญลักษณ์ของวัตถุท้องฟ้าหรือเป็นตัวคั่นพรมแดนของการปกครอง แต่ถึงอย่างไรจนกระทั้งตอนนี้เราก็ยังไม่ได้ข้อมูลเลยว่าหินนี้มากจากไหน

10. สุสานเจงกีสข่าน

หลายศตวรรษที่ผ่านมาผู้คนต่างสงสัยเกี่ยวกับที่ตั้งของสุสานของเจงกีสข่านผู้โด่งดัง มีการค้นพบหลายครั้งในมองโกเลียและจีน แต่ยังไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าผู้นำที่ยิ่งใหญ่ถูกฝังอยู่ที่ไหน

นี่เป็นเพียงแค่บางส่วนของเรื่องแปลก ๆ ที่เกิดขึ้นและนักวิทยาศาสตร์เองก็ยังหาเหตุผลเพื่อมาอธิบายไปได้ ถ้าคุณอยากอ่านเรื่องราวแบบนี้อีกบอกเราได้นะเดี๋ยวจะหาให้อ่านกันอีก

ขอบคุณที่มา brightside | เรียบเรียงโดย เบาสมอง